ซื้อลู่วิ่งไฟฟ้าทั้งที ซื้อแบบไหนดีให้คุ้มค่าและถูกใจ? ต้องดูอะไรบ้าง

สำหรับคนที่รักการออกกำลังกาย แต่ไม่ค่อยมีเวลาไปทำสวนสาธารณะ หรือเข้าฟิตเนส ทางเลือกที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคืออุปกรณ์ออกกำลังกายประจำบ้านยอดฮิตอย่างลู่วิ่งไฟฟ้า ที่จำลองการเดินหรือวิ่งออกกำลังกายเอามาไว้ในพื้นที่ภายในบ้าน ให้สะดวกสบายกับการใช้งาน แถมยังสามารถปรับเปลี่ยนความเร็ว ระดับความชัน ไปจนถึงการจัดโปรแกรมเล่นแบบพิเศษได้

อย่างไรก็ตามฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกัน ใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์ออกกำลังกายชิ้นนี้ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ ลองอ่านข้อมูลด้านล่างนี้กันก่อน จะได้เลือกซื้อให้เหมาะสม และคุ้มค่ากับการใช้งานได้มากที่สุด

ระดับความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และบริการหลังซื้อ

ไม่ใช่ว่าลู่วิ่งจะมีหลากหลายประเภทให้เลือกมากนัก เพียงแต่สิ่งสำคัญหลังซื้อมาคือ การใช้งานที่จะต้องคุ้มค่า ช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายได้แบบไม่ผิดหวัง เพราะราคาของอุปกรณ์ชิ้นนี้มักไม่ใช่พันสองพันเป็นแน่ ดังนั้นก่อนซื้อควรเลือกแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ เลือกยี่ห้อที่มีคุณภาพ และการรับประกันต้องผ่านศูนย์ในประเทศไทย ดูแลหลังการขายอย่างน้อยสัก 1-5 ปี ด้วย

เลือกมอเตอร์ไฟฟ้าให้เหมาะกับการใช้งาน

ระบบการทำงานของลู่วิ่งไฟฟ้าเป็นมอเตอร์ที่มีหน่วยเป็นแรงม้าแบบต่อเนื่อง ซึ่งจะมีระบุเอาไว้ว่าแต่ละยี่ห้อมีแรงม้าแค่ไหน ถ้าจะเลือกซื้อเอาไว้ใช้งานประจำบ้าน ก็แนะนำว่าให้เลือกซื้อเป็นประมอเตอร์ประมาณ 2.5 แรงม้าขึ้นไป แต่ถ้าใครที่ต้องการเน้นเดินเป็นหลัก สัก 1.5 แรงม้า ก็ถือว่าเพียงพอ จะได้ประหยัดงบไปในตัวด้วย

เลือกขนาดของสายพาน

สายพานที่ออกแบบมาในตำแหน่งที่ใช้เดินหรือวิ่ง ขนาดความกว้างโดยทั่วไปสำหรับการเดินเป็นหลัก ให้เลือกอยู่ที่ 45 ซม. และความยาวประมาณ 140 ซม. นอกจากนี้เช็คความหนาด้วยว่าจะต้องไม่ต่ำกว่า 1.6 มม. แต่คนที่เน้นวิ่งแบบจัดหนักสักหน่อย ให้เลือกสายพานหน้ากว้าง 50 ซม. ยาว 150 ซม. และหนาอย่างน้อยที่สุด 2 มม. ขึ้นไป เพื่อช่วยให้แข็งแรงทนทานสำหรับการใช้งานในระยะยาว

ระดับความเร็วของลู่วิ่ง

ระดับความเร็วของลู่วิ่งไฟฟ้าจะวัดกันเป็นหน่วย กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งแต่ละตัวจะมี "ความเร็วสูงสุด" เริ่มตั้งแต่ 14 - 22 กิโลเมตร/ชั่วโมง การจะเลือกซื้อระดับความเร็วแม็กซ์สุดแบบไหนนั้น ก็ต้องหันกลับมาเช็คสภาพตัวเองก่อนว่าจะเล่นหนักแค่ไหน จะได้เลือกซื้อระดับที่เหมาะกับตัวเอง คุมงบประมาณ และใช้งานได้อย่างคุ้มค่า

นอกจากข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้ ยังมีส่วนที่เป็นฟังก์ชั่นเสริมอีกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ในการวิ่งออกกำลังกายของแต่ละคน ซึ่งก็ควรพิจารณาให้ดีว่า คุณต้องการวิ่งเร็วและวิ่งในระดับความชันสักแค่ไหนที่พึงพอใจ แล้วซื้อมาแน่ใจว่าจะจริงจังกับการออกกำลังกายด้วยหรือเปล่า เพราะจะได้ไม่ต้องเลือกซื้อตัวใหญ่เกินระดับการใช้งานมากไป พอเบื่อก็เลิกใช้ สุดท้ายก็กลายเป็นที่แขวนผ้าอย่างน่าเสียดาย

Posted in สาระน่ารู้.